จิตวิทยา transpersonal คืออะไรและมีส่วนร่วมทางทฤษฎี

งานปัจจุบันมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คำอธิบายของทฤษฎีและคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ที่จิตวิทยา transpersonal (PT) สามารถนำไปสู่จิตวิทยาคลินิก (PC) การทบทวนวรรณกรรมได้ดำเนินการซึ่งมีขอบเขตทางทฤษฎีและไม่ใช่เชิงประจักษ์ในเรื่อง PT เป็นหนึ่งในโมเดลที่มีความขัดแย้งมากที่สุดในด้านจิตวิทยาในแง่ของการอนุมัติและการยอมรับทางวิชาการเพราะรากฐานของมันไม่มีต้นกำเนิดในโครงสร้างทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นหลักในหลักการทางปรัชญา PT ตรวจสอบสถานะที่ไม่ธรรมดาความลึกลับของสภาพจิตและจิตใจที่เป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จของบุคคลเหล่านี้และการพัฒนามนุษย์ที่สำคัญ PT ได้รับการพิจารณาว่าเป็นแหล่งเสริมทางวิทยาศาสตร์สำหรับทฤษฎีพีซีอื่น ๆ เนื่องจากเป็นการศึกษาแง่มุมทางจิตวิญญาณที่มักจะไม่ได้รับการพิจารณาในการปฏิบัติของพีซีซึ่งมาเพื่อเสริมความเป็นอยู่ทางชีวภาพนี้ ให้อ่านจิตวิทยาออนไลน์เพื่อทราบในเชิงลึก จิตวิทยา transpersonal คืออะไรและมีส่วนร่วมทางทฤษฎี เกี่ยวกับมัน

ผลงานทางวิทยาศาสตร์เชิงทฤษฎีของจิตวิทยาข้ามชาติไปที่คลินิก

ภายในจิตวิทยามีวิธีการหลายวิธีที่ศึกษาบุคลิกภาพในลักษณะที่เฉพาะเจาะจงสี่วิธีถูกมองว่าเป็นพลังแรกในจิตวิทยาแบบจำลองเหล่านี้คือจิตวิเคราะห์พฤติกรรมและมนุษยนิยม หลังเป็นที่ซึ่งรูปแบบใหม่และการโต้เถียง จิตวิทยา transpersonal จะได้รับ

จิตวิทยา transpersonal เป็นหนึ่งในรูปแบบการโต้เถียงมากที่สุดในด้านจิตวิทยาในแง่ของการอนุมัติและการรับรู้เพราะรากฐานของมันไม่ได้มาอย่างถูกต้องในโครงสร้างทางวิทยาศาสตร์ แต่ในหลักการปรัชญา (Boeree และ Gautier, 2001)

รุ่นนี้เป็นการ เคลื่อนไหวทางจิตวิทยาใหม่ ที่เกิดขึ้นจากความสนใจในระดับใหญ่ของการรับรู้การทำความเข้าใจและการรับรู้ของรัฐที่ไม่ธรรมดาจิตสำนึกของจิตสำนึกและเงื่อนไขทางจิตวิทยาที่เป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จ "transpersonal"; มันเกี่ยวข้องส่วนใหญ่กับด้านลึกลับหรือยอดเยี่ยมของมนุษย์ (Armendáriz, 2003); เขามีความสนใจเป็นพิเศษในการศึกษาทางวิทยาศาสตร์และการใช้งานตรงเวลาของความต้องการที่ยอดเยี่ยมหรือค่านิยมสูงสุด, จิตสำนึกของความสามัคคี, ประสบการณ์ cusp, ความปีติยินดี, ความปีติยินดีของตนเอง, สาระสำคัญ, ความประหลาดใจ, ความรู้สึกสุดท้าย วิญญาณและจิตสำนึกของจักรวาล คำอธิบายข้างต้นอาจมีการตีความตามการเคารพและได้รับการอนุมัติของเนื้อหาที่เป็นธรรมชาติ, เทววิทยา, เหนือธรรมชาติหรือการจำแนกอื่น ๆ (Walsh และ Vaughan, 1982, ใน Puente, 2009)

มีการพิจารณาว่าทั้งแบบมนุษยนิยมและจิตวิทยา transpersonal เชื่อว่า บุคลิกภาพเป็นสิ่งที่ยากที่จะเข้าใจควบคุมหรือทำนาย เนื่องจากมีต้นกำเนิดในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม (Boeree and Gautier, 2001)

จิตวิทยาบุคคลตาม Puente (2009) ยังไม่ได้รับการยอมรับว่าสมควรได้รับในบริบททางวิชาการหรือทางวิทยาศาสตร์; อย่างไรก็ตามรูปแบบ transpersonal เน้นวิธีการทางวิทยาศาสตร์เพื่อวัตถุของการศึกษาตั้งแต่เริ่มมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดและคล้ายคลึงกับวิทยาศาสตร์ตั้งแต่นานมานานก่อนที่จะประกาศตัวเองว่าเป็นพลังที่สี่ของจิตวิทยา

วัตถุประสงค์ของงานนี้คือการให้คำอธิบายเกี่ยวกับคุณค่าทางทฤษฎีและวิทยาศาสตร์ที่จิตวิทยา transpersonal สามารถนำไปสู่จิตวิทยาคลินิกเนื่องจากเหตุผลดังต่อไปนี้: 1) ทฤษฎีบุคลิกภาพในจิตวิทยาคลินิกเป็นแบบจำลองที่พยายามเข้าใจอธิบายและ ในการทำนายพฤติกรรมของมนุษย์ แต่ทฤษฎีไม่แม่นยำอย่างสมบูรณ์ในการอธิบายความเป็นจริงมันมีเพียงจุดอ้างอิงที่อำนวยความสะดวกในการทำความเข้าใจปรากฏการณ์นี้ดังนั้นจิตวิทยาคลินิกยังอยู่ในการพัฒนาเริ่มแรก ; 2) ปัญหาความขัดแย้งและผลกระทบรอบ ๆ จิตวิทยา transpersonal ดังกล่าวข้างต้นไม่ได้ชื่นชอบรากฐานทางทฤษฎีของพวกเขาจะถือว่ามีประโยชน์มากขึ้นในระดับวิทยาศาสตร์ในสาขาวิทยาศาสตร์จิตวิทยาประยุกต์ 3) พฤติกรรมของมนุษย์มีความซับซ้อนสูงและนั่นคือเหตุผลที่มีหลายทฤษฎีที่ต้องการเข้าใจดังนั้นนักจิตวิทยาคลินิกต้องค้นหาวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการให้บริการลูกค้าของเขาและแบบจำลองบุคคลสามารถให้ความรู้ที่มีคุณค่าในการค้นหาสิ่งนี้ ความเข้าใจพฤติกรรม เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์นี้เราได้ทำการทบทวนวรรณกรรมทางวิทยาศาสตร์ของวารสารเฉพาะและหนังสือของนักเขียนนานาชาติที่สำคัญที่สุดของรุ่นนี้

ด้วยเหตุผลข้างต้นในโอกาสนี้คำอธิบายของสิ่งที่ได้รับการตั้งสมมติฐานก่อนหน้านี้ในระดับทฤษฎีในจิตวิทยา transpersoanal แก้ไขนอกจากนี้จะมีการแสดงออกของความก้าวหน้าทางทฤษฎีเชิงประจักษ์ที่ได้รับการพัฒนาในปัจจุบัน; ดังนั้นงานนี้จะช่วยให้ผู้อ่านพิจารณาโมเดลทรานสครัลเป็นแบบจำลองที่มีประโยชน์และครอบคลุมเพื่อความเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายเหตุผลว่าทำไมจิตวิทยา transpersonal มีคุณค่าทางวิทยาศาสตร์และวิชาการดังนั้นงานปัจจุบันจึงมีขอบเขตการอธิบายเชิงทฤษฎีโดยเฉพาะ

ถัดไปคำอธิบายสังเคราะห์ว่าจิตวิทยา transpersonal เกิดจากพื้นหลังเพื่อความหมายนิรุกติศาสตร์ของชื่อและวัตถุประสงค์หลัก

จิตวิทยา transpersonal คืออะไรและต้นกำเนิดของมัน

ต้นกำเนิดของ จิตวิทยา transpersonal เกิดขึ้นในปี 1960 ในสหรัฐอเมริกาขอบคุณกลุ่มนักจิตวิทยาจิตแพทย์และนักจิตอายุรเวท (González, 2004) ในความสัมพันธ์กับการศึกษาบุคลิกภาพในขณะที่พ่อของจิตวิทยาความเห็นอกเห็นใจอับราฮัมมาสโลว์ศึกษาพฤติกรรมของลิงเขาตระหนักว่าความต้องการบางอย่างของ infrahumans เหล่านี้เอาชนะคนอื่น ๆ ; องค์ประกอบนี้ทำงานให้กับเขาในฐานะอุปมาที่จะยืนยันว่าในมนุษย์เป็นสิ่งเดียวกันเกิดขึ้น Maslow เสนอว่ามีความต้องการเหล่านี้ 5 บล็อกใหญ่: 1) ความต้องการทางสรีรวิทยา 2) ความต้องการด้านความปลอดภัยและการประกันภัยต่อ 3) ความต้องการความรักและความเป็นเจ้าของ 4) ความจำเป็นในการเห็นคุณค่าและ 5) ความจำเป็นในการทำให้ตนเองเป็นจริง

ขึ้นอยู่กับประเภทของความต้องการที่ต้องการสิ่งนี้จะกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมมีพฤติกรรมบางประเภทที่จะพาเขาเข้าใกล้เป้าหมายของเขามากขึ้น หากมีใครกระหายน้ำพวกเขาจะทำในสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้ได้น้ำดื่มถ้าพวกเขาหิวพวกเขาจะมองหาอาหารถ้ามีคนรู้สึกกลัวและวิตกกังวลอยู่ตลอดเวลาพวกเขาจะมองหาวิธีที่จะรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นถ้ามีคนรู้สึกขาดความรัก เพื่อค้นหาและรู้สึกว่าสมบูรณ์ แต่เมื่อความต้องการแรกเหล่านี้มีความพึงพอใจและในทางกลับกันความซับซ้อนของธรรมชาติก็เพิ่มขึ้นถึงจุดนั้นเมื่อความต้องการสี่ประการแรกมีความพึงพอใจในระดับหนึ่งบุคคลหยุดความรู้สึก แรงจูงใจอันทรงพลังที่จะทำให้พวกเขาบรรลุผลจึงชอบที่จะบรรลุสถานะภายในของการมีส่วนร่วมกับทุกสิ่งที่ล้อมรอบมันสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับการค้นหาสมดุลภายในหรือจิตวิทยาหรือสรีรวิทยา; มันประกอบไปด้วยการทำความเข้าใจความต้องการเหล่านั้นอย่างต่อเนื่องเพื่อเติมเต็มศักยภาพกลายเป็นทุกสิ่งที่คุณสามารถเป็นส่วนตัวได้สัมผัสกับว่าคุณเป็นส่วนหนึ่งของทุกสิ่งในเวลาเดียวกัน แต่มีความเป็นปัจเจกบุคคลที่ชัดเจน (Boeree and Gautier, 2001)

จากจุดนี้ที่ Maslow เรียกว่าการทำให้เป็นจริงด้วยตนเองกระแสความคิดทางจิตวิทยาเกี่ยวกับมนุษยนิยมซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามจิตวิทยา transpersonal (Walsh, 1994)

เมื่อ Abraham Maslow และ Anthony Sutich ก่อตั้งกองกำลังที่สามของจิตวิทยาเรียกว่าจิตวิทยามนุษยนิยม; นักทฤษฎีสองคนนี้พร้อมกับ Stanislav Grof และ James Fadiman ท่ามกลางคนอื่น ๆ อย่างเป็นทางการจะเป็นรูปแบบของจิตวิทยา transpersonal; นี่เป็นผลมาจากทศวรรษของการวิจัยระหว่าง Maslow และ Sutich พร้อมกับความตั้งใจที่จะขยายการเข้าถึงจิตวิทยามนุษยนิยมนอกเหนือจากการศึกษาตนเองแต่ละคนมีความสนใจในการศึกษาระดับจิตวิญญาณและเหนือธรรมชาติของการดำรงอยู่ของมนุษย์ ( วอลช์, 1994; Puente, 2009)

แม้ว่ามันจะเป็นรากฐานที่เป็นทางการของอายุหกสิบเศษจิตวิทยา transpersonal ถือว่ามีต้นกำเนิดในศตวรรษที่ยี่สิบต้นจากทฤษฎีสมมุติฐานของ Jung, Asagiolli และ Richard Bucke; แม้ว่าจะไม่มีข้อมูลสรุปที่ Maslow และ Sutich ใช้เป็นพื้นฐานของทฤษฎีของ Jung, Asagiolli และ Bucke เพื่อสร้างแบบจำลอง transpersonal (González, 2004)

คำว่า transpersonal จากนิรุกติศาสตร์หมายถึง“ ไปไกลกว่าเรื่องส่วนตัว” หรือ“ โดยส่วนตัว” หมายถึงแรงจูงใจประสบการณ์ประสบการณ์ขั้นวิวัฒนาการวิธีการดำรงอยู่ความกังวลหรือปรากฏการณ์ใด ๆ ที่รวมถึงและ ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ขยายเกินบุคลิกภาพหรือ I (Ferrer, 2003 ใน Puente, 2009)

จากมุมมองทางวิทยาศาสตร์จิตวิทยา transpersonal เพิ่มแนวโน้มทั่วไปที่มีต่อการบูรณาการภายในและสหวิทยาการและความคิดของความสามัคคีแยกกันไม่ออกของเรื่องและวัตถุใบ positivism และออร์โธดอกซ์ - วิสัยทัศน์ทางวิทยาศาสตร์คาร์ทีเซียนของความเป็นจริงและจักรวาลที่อยู่เบื้องหลัง เชิงกลและระบุค่อนข้างด้วยกระบวนทัศน์แบบรวม (Almendro, 2009)

ตามบาร์นส์ (2005) ภายในจิตวิทยาตะวันออกตัวแทนที่เรียกว่า Ramana Maharsi ซึ่งเป็นหนึ่งในอาจารย์ด้านจิตวิญญาณที่สำคัญที่สุดในอินเดียอายุยังน้อยมากถึงสภาพสติที่ทำให้ชีวิตที่เหลือของเขาไม่เปลี่ยนแปลงใน ว่าเขารับรู้ธรรมชาติที่แท้จริงของเขาจิตสำนึกสากลที่แบ่งแยกและเป็นเอกลักษณ์

นั่นคือมันรับรู้หรือเหนือกว่าสิ่งมีชีวิต; คำสอนทางวาจาของเขามุ่งเน้นไปที่การยืนยันว่าสติเป็นเพียงความจริงที่มีอยู่เท่านั้นและเสนอให้เป็นวิธีการที่จะทำให้รัฐนี้กลับมาสนใจตนเองผ่านการไต่สวนของตนเองหรือการไต่สวนตนเอง เขากำหนด transpersonal เป็นประสบการณ์รัฐและการเคลื่อนไหวซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ของการใช้ชีวิตที่ไม่ธรรมดาของจิตสำนึกและการเอาชนะข้อ จำกัด ของอัตตาที่จะระบุทันทีกับ ความเป็นจริง อื่น ๆ ของตัวตนภายใน (Barnes, 2005)

ในอีกมุมมองหนึ่งในยี่สิบปีที่แปดในมุมมองของจิตวิทยาใหม่ Almendro (2552) ทำให้ภาพสะท้อนของจิตวิทยา transpersonal สิ่งที่เกิดขึ้นในยุโรปและในบางส่วนของอเมริกาที่เขาบรรยายว่าจะเริ่มอย่างไร จากยุค 70 สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในแคลิฟอร์เนียก็ได้ยินในคณะจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยบาร์เซโลนา; สิ่งที่ฉันได้รับในฐานะแบบจำลอง transpersonal ของจิตวิทยาที่เสนอเป็นวัตถุประสงค์หลักในการชี้แจงขอบเขตและความหลากหลายของประสบการณ์มนุษย์ที่ใส่ใจทำให้การแปรสภาพเป็นวิชชาต่อการเป็น (Rowan, 1996, ใน Puente, 2009)

ในยุค 80 Stanislav Grof ปรากฏตัวและเป็นที่ที่ Almendro ลงทะเบียนเรียนในโปรแกรมการฝึกอบรมของ Stanislav; การเพิ่มความรู้เกี่ยวกับ Maslow, Naranjo, Wilber ผู้ซึ่งมุ่งเน้นไปที่อภิปัญญาซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของจิตสำนึกของมนุษย์ในฐานะการเป็นบุคคล (Almendro, 2009)

Puente (2009) อธิบายว่า Sutich ได้รวมคำว่ามนุษยนิยมและเวทย์มนต์ไว้ในตอนแรกซึ่งก่อให้เกิดคำแรกในการอ้างถึงพลังที่สี่ของจิตวิทยาจิตวิทยามนุษยนิยม; Abraham Maslow ชอบคำว่า transhumanistic (transhumanistic) ซึ่งเป็นคำแรกที่จูเลียนฮักซ์ลีย์ใช้ในระยะแรก ต่อมาในปี 1967 เมื่อ Maslow เป็นประธานสมาคมจิตวิทยาอเมริกันเขาได้นำเสนอวารสารจิตวิทยาเรื่องบุคคลคำศัพท์ Transpersonal แทนที่คำที่กล่าวถึงข้างต้นเพราะวิกเตอร์แฟรงค์, Miles Vich, เจมส์ฟาดิมัน, Stanisval Grof และ Abraham Maslow ในการประชุมได้ตัดสินใจว่ามันเป็นคำที่เหมาะสมกว่าซึ่งเป็นการแสดงความคิดที่ดีที่สุด: การวิจัยเกินกว่าบุคลิกภาพของแต่ละบุคคลสิ่งที่ครอบคลุมมากขึ้นหรือมากกว่านี้ (Sutich, 1976, ใน Puente, 2009)

ในประเพณีโบราณตะวันออกหลายแบบการมี ชัยเหนืออัตตาตัวตนหรือตนเองนั้น เป็นเส้นทางพื้นฐานในเส้นทางของการเติมเต็มความเป็นส่วนตัวซึ่งทั้งหมดนี้อาจเป็นไปได้ว่าอินเดียเป็นประเทศที่มีผลงานมากที่สุดในแบบจำลองเชิงทฤษฎี ในศตวรรษที่ผ่านมาโดย Ramana Maharsi เลขยกกำลังสูงสุดของความคิดของการสอบถามตนเองเป็นเส้นทางสู่การสำนึกตน (Barnes, 2005)

ความสนใจของจิตวิทยา transpersonal นั้นใกล้เคียงกับขนบธรรมเนียมประเพณีทางจิตวิญญาณที่แตกต่างกันและเส้นทางการสำรวจของพวกเขาจับมือกับปรัชญา แบบจำลองเสนอว่าคุณสมบัติหลายอย่างที่รายงานว่าเกิดขึ้นทางจิตวิญญาณหรือได้รับการอำนวยความสะดวกเมื่อสภาพจิตสำนึกทั่วไปเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นจึงถือว่าเป็นวิธีเดียวที่จะมีประสบการณ์ทางจิตวิญญาณอย่างแท้จริงคือการมีชีวิตอยู่และไม่ได้คิดเกี่ยวกับมัน (Armendáriz, 2003)

จิตวิทยา transpersonal สร้างสะพานเชื่อมระหว่างวิทยาศาสตร์และจิตวิญญาณ; ระหว่างตะวันออกและตะวันตก รู้ว่าสิ่งตรงข้าม; พยายามเข้าใกล้จุดกำเนิด (Almendro, 2009); เป็นการสังเคราะห์ระหว่างวิทยาศาสตร์สมัยใหม่และภูมิปัญญาโบราณโดยมุ่งเน้นไปที่ความรับผิดชอบส่วนบุคคลโดยไม่ลดทอนจิตวิทยา transpersonal ฟื้นฟูภูมิปัญญาโบราณเผยให้เห็นความหมายของชีวิตในตำราโบราณเช่น Gilgamesh (บาบิโลน) เต่าเตคิงเดอลาว Tse, ขงจื้อ (จีน), upanishádica (อินเดีย), dervishes และภูมิปัญญาคริสเตียน

ตาม Puente (2009) ในรัฐแก้ไขของสติการศึกษาโดยจิตวิทยา transpersonal มีการเปลี่ยนแปลงในการไหลของความคิดในการรับรู้ของความเป็นจริงและอารมณ์ในประสบการณ์เหล่านี้จากการทำให้บริสุทธิ์ทางอารมณ์สามารถเกิดขึ้นและเหนือสิ่งอื่นใด ประสบการณ์ลี้ลับที่ผู้เขียนหลายคนนิยามไว้เป็นประสบการณ์ทางศาสนายอดเยี่ยมความเป็นบุคคลหรือยอดประสบการณ์ ในประสบการณ์เหล่านี้โลกถูกมองว่าเป็นจำนวนทั้งสิ้นซึ่งบุคคลนั้นถูกแช่อยู่ ในขณะเดียวกันความรู้สึกส่วนตัวของความเป็นเอกภาพซึ่งตนเองเจือจางหายไปความแตกต่างที่สำคัญระหว่างตนเองและโลกภายนอกประสบการณ์นี้อาศัยอยู่โดยบุคคลเป็นสิ่งที่ดีและผู้เขียนเช่น Maslow หรือ Grof ชี้ให้เห็นว่ามันสามารถมีผลประโยชน์และการรักษา

นักทฤษฎีจิตวิทยา transpersonal ยืนยันว่าผ่านประสบการณ์ของความโกลาหลและวิชชาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันบุคคลที่สามารถเข้าถึงระดับความซับซ้อนและความเป็นระเบียบแบบจำลองของมนุษย์พวกนี้อยู่บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ ความซับซ้อนที่พวกเขาใช้แนวคิดและหลักการที่หลากหลายและจากนั้นนักทฤษฎี transpersonal เสนอว่าในประสบการณ์เหล่านี้มีกระบวนการของความโกลาหลและการจัดการตนเองแนวคิดและคำอุปมาอุปมัยที่ทำหน้าที่อธิบายปรากฏการณ์ที่พวกเขาสังเกตเห็นในทางปฏิบัติ คลินิกซึ่งได้มาจากการแยกแยะเช่นทฤษฎีเศษส่วนและทฤษฎีทั่วไปของระบบเพื่ออธิบายความรู้สึกของความสามัคคีและความเชื่อมโยงระหว่างทั้งส่วนและส่วนที่มีต้นกำเนิดจากประสบการณ์เหล่านี้ (Puente, 2007)

เราสามารถอ้างถึง Anthony Sutich, Maslow, Bateson, Grof, Walsh, Vaughan, Wilber, ทาร์ต, Naranjo, Krippner, Shapiro เป็นตำนานเนื่องจากพวกเขาเป็นผู้บุกเบิกด้านจิตวิทยาบุคคล (Almendro, 2009) ฐานที่ผู้มีส่วนได้เสียอื่นสามารถหาการเติบโต ในตอนท้ายของยุค 70 สมาคมจิตวิทยาระหว่างประเทศแห่งแรกได้ก่อตั้งขึ้น แต่จนถึงปี 2005 Almendro ตัดสินใจที่จะอาศัยอยู่ในแคลิฟอร์เนียอธิบายตลอดเวลาด้วยความผิดหวังเนื่องจากจิตวิทยา transpersonal ถูกเปลี่ยนเป็นแฟชั่นที่ พวกเขาสามารถจ่าย ในกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าพวกเขาไม่สนใจเกี่ยวกับอดีตและแม้ว่าบางคนไม่เห็นด้วยกับวิธีการนี้ แต่ก็มีหลักฐานว่า transpersonal หมายถึงเหนืออัตตา แต่ผ่านพ้นยอดเยี่ยม (กอนซาเลซ, 2004; Almendro, 2009)

พลังที่สี่ กล่าวคือจิตวิทยา transpersonal มีความสนใจเป็นพิเศษในการศึกษาทางวิทยาศาสตร์และความรับผิดชอบและการดำเนินการเชิงประจักษ์ของ meta-needs, ค่าสูงสุด, จิตสำนึกของความสามัคคี, ประสบการณ์สูงสุด, ค่า B, ความปีติยินดี, ประสบการณ์ลี้ลับ, ตนเอง, การทำให้เป็นจริงด้วยตนเอง, สาระสำคัญ, ความประหลาดใจ, ความรู้สึกที่ดีที่สุด, วิชชาของตนเอง, จิตวิญญาณ, ความสามัคคี, จิตสำนึกของจักรวาล, ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติและแนวคิด, ประสบการณ์และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับอภิปัญญา ซึ่งส่งผลให้เกิดความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในสิ่งมีชีวิต biopsychosocial ของมนุษย์ ภาพประกอบของคำศัพท์นี้ขึ้นอยู่กับการตีความโดยขึ้นอยู่กับการพิจารณาและความอดทนของเนื้อหาเป็นหลัก, เทวนิยม, เทววิทยา, เหนือธรรมชาติหรือการจำแนกอื่น ๆ (Sutich, 1976, ใน Puente, 2009)

จากการศึกษาสภาพสติเปลี่ยนแปลงแสดงให้เห็นว่ามีความสามารถของมนุษย์มากขึ้นอย่างแน่นอนดังนั้นจึงรวมถึงกระบวนการของการมีจิตวิญญาณอัตตาซึ่งมีลักษณะและพยาธิสภาพของตนเอง จากจิตวิทยา transpersonal กระบวนการเหล่านี้ถูกเข้าใจว่าเป็นกระดานกระโดดน้ำเพื่อให้สามารถเผชิญกับแง่มุมเหล่านั้นของจักรวาลภายในที่ชี้ไปที่ทรานส์ - อีโออิคนั่นคือจิตวิญญาณที่ยอดเยี่ยม คุณไม่สามารถก้าวข้ามสิ่งที่ไม่รู้จักสิ่งที่ไม่ได้ประกอบอย่างแน่นหนา ดังนั้นก่อนอื่นต้องประกอบด้วยอัตตาที่แข็งแรงและแข็งแรงแล้วจึงพยายามที่จะก้าวข้ามมันไปได้ (Barnes, 2005)

รัฐของศิลปะของจิตวิทยา transpersonal

ตามที่ระบุไว้ข้างต้นจิตวิทยา transpersonal ยังอยู่ใน ช่วงเวลาของการช่วงชิง จากจุดเริ่มต้นจนถึงปัจจุบันผู้สนับสนุนและผู้เข้าร่วมงานหลักหลายคนได้สร้างสิ่งพิมพ์จำนวนนับไม่ถ้วนฟอรัมและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อต่อต้านความไม่ไว้วางใจการปฏิเสธหรือความกลัวโดยธรรมชาติเกี่ยวกับการยอมรับโมเดลดังกล่าวเป็นกระบวนทัศน์ใหม่ (González 2004)

จากมุมมองทางวิทยาศาสตร์ Stanislav Groff เป็นนักวิจัยที่สำคัญที่สุดของ โมเดล transpersonal เขาได้ทำการสืบสวนหลายครั้งเกี่ยวกับจิตใจมนุษย์ซึ่งพวกเขาเรียกว่าแบบจำลองของจิตใจมนุษย์ รุ่นนี้เป็นผลมาจากการวิจัยอย่างเป็นระบบมากว่าสามสิบปีเนื่องจาก Grof รุ่นนี้ให้เหตุผลว่าในความเป็นมนุษย์มีความจำเป็นที่จะต้องหลีกเลี่ยงรูปแบบกลไกทางวิทยาศาสตร์จึงควรคำนึงถึงภูมิปัญญาของสติและกระทบยอดด้วย จิตวิญญาณและลัทธินิยมนิยม นี่คือวิธีการบำบัดแบบโฮลโทรปิกซึ่ง Grof เห็นว่าเป็นรูปแบบจิตอายุรเวทที่สอดคล้องกับแบบจำลองจิตมนุษย์ของเขามากที่สุด (กอนซาเลซ, 2004)

อ้างอิงจากสบาร์นส์ (2548) มันขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมของจุงซึ่งส่งผลให้เกิดจิตวิทยา transpersonal ซึ่งกระบวนทัศน์นั้นมีพื้นฐานมาจากและขยายไปกับนักเขียนเกี่ยวกับมนุษยนิยมบางคนกล่าวถึงแล้วเช่น Maslow, Sutich และอื่น ๆ Assagioli, Metzner, Walsh และเหนือสิ่งอื่นใด Ken Wilber และ Stalisnav Grof (); แบบจำลองความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลพยายามที่จะขยายกรอบความคิดของเราเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์การบูรณาการรวมทั้งเสริมสร้างประสบการณ์ของการมีสติที่เพิ่มขึ้นซึ่งจนถึงขณะนี้ได้รับการพิจารณาทางพยาธิวิทยาและตอบสนองความต้องการทางจิตวิญญาณของมนุษย์ รวมถึงสาขาและความสนใจแบบดั้งเดิมซึ่งมีการเพิ่มเพื่ออำนวยความสะดวกในการเติบโตและการรับรู้เกินระดับสุขภาพดั้งเดิม

สิ่งสำคัญสำหรับการ ปฏิบัติงานด้านจิตวิทยาคลินิกจากแนวทาง "transpersonal" คือสุขภาพเป็นความตระหนักในตนเองของศักยภาพตามธรรมชาติทั้งหมดที่แฝงอยู่ในแต่ละมิติที่ประกอบขึ้นเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ถือว่าเป็นเป้าหมายสูงสุดของชีวิตมนุษย์คือ "ปลุกความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของจิตสำนึก" การตื่นตัวตามแอนโทนี่เดอเมลโลเทียบเท่ากับการยอมรับทุกสิ่งที่ไม่ใช่ตามกฎหมายการเสียสละหรือความพยายาม แต่โดย "การตรัสรู้"; การตื่นขึ้นเป็นเงื่อนไขเดียวที่สามารถรู้ "ความจริง" หมายถึงไม่ได้รับผลกระทบจากสิ่งใดหรือใครก็ตาม (กอนซาเลซ, 2004); กล่าวอีกนัยหนึ่งเรากำลังพูดถึงสุขภาพทางอารมณ์แม้ว่าการแสดงออกเหล่านี้ไปไกลกว่าด้านอารมณ์

สำหรับนักทฤษฎีอื่น ๆ Almendro (2009) ได้ติดต่อกับ Marc-Alain Deschamps ของสมาคมฝรั่งเศสที่ร่วมมือกันในหนังสือจิตสำนึกของบุคคลที่ให้ชื่อเขากับคนสองคนที่สนใจ Fernando Rodriguez Bronaetxea และ David González Raga ที่มาพร้อมกับ Jungian Enrique Galan ก่อตั้งสมาคม ATRE (Spanish Transpersonal Association) ขึ้นเพื่อบรรยายในหมู่เกาะคะเนรีมาดริดและบาร์เซโลนา ATRE ถูกนำเสนอในการประชุม EUROTAS (European Trasnpersonal Association) ต่อมา EUROTAS ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน หนึ่งยังคงอยู่กับชื่อนี้และอีกเรียกว่า ETPA (สมาคมจิตวิทยายุโรป Transpersonal) ถูกสร้างขึ้นด้วยความคิดของการมุ่งเน้นเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการทางจิตวิทยาด้วยการสนับสนุนเชิงประจักษ์

การค้นพบใหม่ในด้านการศึกษาการพัฒนาจิตสำนึกต้องขอบคุณ Ken Willber ผู้ซึ่งถือเป็นนักทฤษฎีที่เป็นตัวแทนมากที่สุดในปัจจุบัน การวิจัยอย่างกว้างขวางของเขาอธิบายมุมมองของขั้นตอนและขั้นตอนในการวิวัฒนาการของจิตสำนึกการบูรณาการองค์ประกอบของจิตวิทยาปรัชญาจิตบำบัดทฤษฎีวิวัฒนาการศาสนา, ศาสนา, ฟิสิกส์, ภววิทยาและเวทย์มนต์ จิตบำบัด เมื่อเร็ว ๆ นี้ Willber ได้กล่าวถึงประเด็นต่าง ๆ เช่นสตรีนิยมวิกฤตการณ์ทางนิเวศวิทยาธรรมชาติของการปลดปล่อยเพศเพศความหมายของความทันสมัยและหลังสมัยใหม่ความเชื่อเศรษฐกิจและความสัมพันธ์กับกระบวนทัศน์โลกที่หลากหลายและ ประเพณีทางจิตวิญญาณ

ตาม Puente (2009) Wilber ได้นำจิตวิทยาที่ครอบคลุมเป็นข้อเสนอสำหรับการประเมินการวิเคราะห์การวินิจฉัยและการรักษาโรคของมนุษย์

สู่จิตวิทยาคลินิกที่ครอบคลุม

จิตวิทยาแบบหนึ่งเกิดขึ้นเป็นความพยายามที่จะ เปลี่ยนการกำหนดค่าของจิตวิทยาแบบดั้งเดิมโดย เสนอวิธีการใหม่ในการมองหา โรคจิตและการรักษา มันเกิดมาพร้อมกับความตั้งใจที่จะรวมหลาย ๆ อย่างที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นจิตวิทยาสังคมชีวภาพสังคม ทฤษฎีสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะทางตะวันออกหรือตะวันตกและสร้างฐานสำหรับการวิจัยและการแทรกแซงด้วยการรักษาสหัสวรรษใหม่ (Teodorescu, 2009) จิตวิทยาโดยรวมถูกสร้างขึ้นโดย Ken Wilber ผู้ซึ่งประกอบด้วยแบบจำลองทางจิตวิทยามากกว่า 100 แบบ Wilber เป็นนักจิตวิทยาคนเดียวที่ตีพิมพ์ผลงานของเขาในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ และในสถาบันมีนักวิทยาศาสตร์มากกว่า 300 คนที่ทำงานร่วมกันในวิธีการที่เป็นนวัตกรรมและครอบคลุมในการทำวิจัยการบำบัดแบบครบวงจรแสวงหาทั้งมุมมองของสาเหตุและการรักษาปัญหาทางจิตและการรักษาในด้านจิตบำบัด (Teodorescu, 2009) จากข้อมูลของวิลเบอร์ (1999) พบว่า biopsychosocial และ transpersonal ถูกแบ่งออกเป็นสามระดับพื้นฐานของการพัฒนาและพยาธิสภาพที่สอดคล้องกัน กายสิทธิ์ละเอียดและสาเหตุซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาในรูปแบบย่อและรับรู้ ความผิดปกติทางจิต (Wilber, 1999) แสดงการเกิดขึ้นของโครงสร้างจิตใจขั้นพื้นฐานซึ่งเป็นระดับใหม่ของการพัฒนา ตนเอง ที่เปิดประตูสู่ระดับที่สูงขึ้นของพยาธิวิทยา เมื่อพูดถึง พยาธิสภาพทางจิต มันหมายถึงวิกฤตการณ์ทางจิตวิญญาณและความผิดปกติที่ต่ำกว่าทั้งหมดที่สามารถ: 1) ตื่นขึ้นมาทันทีในวิญญาณที่พัฒนาแล้ว 2) บุกระดับล่างใด ๆ ของการพัฒนาในช่วงเวลาของความเครียดสุดขีดเช่นตอนโรคจิต; 3) ครอบงำ ผู้เริ่มต้น ของการพิจารณาไตร่ตรอง

พยาธิสภาพทางจิต ที่สามารถเอาชนะผู้ปฏิบัติงานของวินัยทางจิตวิญญาณมีดังต่อไปนี้: 1 ) ภาวะเงินเฟ้อทางจิต มันเป็นกรณีที่พลังงานสากลและ transpersonal และสัญชาตญาณของระดับจิตที่มีการบันทึกโดยเฉพาะกับอัตตาหรือเซนทอร์ บุคคลที่มีผลลัพธ์ที่รบกวนเป็นพิเศษ; 2 ) ความไม่สมดุลของโครงสร้างเนื่องจากการปฏิบัติทางจิตวิญญาณที่ผิดพลาด มักจะแสดงให้เห็นว่าตัวเองเป็นความวิตกกังวลอ่อน ๆ (หรือลอย) ฟรีหรือเป็นอาการทางจิตใจของการแปลง (ปวดหัว, จังหวะ, ความรู้สึกไม่สบายลำไส้ ฯลฯ ); 3 ) คืนที่มืดมิดของวิญญาณ นี่คือความตกต่ำของการถูกทอดทิ้งที่สามารถติดตามจิตวิญญาณที่ได้สัมผัสกับประสบการณ์โดยตรงของ "สวรรค์" ด้วยวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกันความปีติยินดีและความใสและพิจารณาความอ่อนแอเพื่อป้องกันการหายตัวไปของประสบการณ์ ; 4 ) การแบ่งระหว่างเป้าหมายของชีวิต เช่นฉันควรจะอยู่ในโลกนี้หรือออกไปนั่งสมาธิ? สถานการณ์นี้ซึ่งอาจกลายเป็นความเจ็บปวดและเป็นอัมพาตทางจิตวิทยาเป็นอย่างมากแสดงความแตกต่างที่ลึกซึ้งระหว่างความต้องการและความต้องการที่สูงขึ้น ความด้อยของตัวเองคล้ายกับการแบ่งข้อความโดยทั่วไปของพยาธิวิทยาของสคริปต์คือการปราบปรามของ psychoneurosis; 5) หลอก - duhkha สอดคล้องกับขั้นตอนแรกของการปฏิบัติของเส้นทางการทำสมาธิบางอย่างที่ยืนยันในการสังเกตธรรมชาติของปรากฏการณ์ของจิตสำนึกและให้เรามีความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นของธรรมชาติที่เจ็บปวดของความทุกข์ทรมานโดยธรรมชาติใน การดำรงอยู่อย่างชัดแจ้ง เมื่อความเข้าใจนี้ท่วมท้นยิ่งกว่าปกติเราพูดถึง pseudo-duhkha ในนั้นบุคคลที่ไม่ได้มาทำความเข้าใจและอยู่เหนือความขมขื่นของชีวิต แต่ก็กลายเป็นความขมขื่นเช่นโรคจิตภาวะซึมเศร้าซึ่งสามารถกลายเป็นหนึ่งใน depressions การพยากรณ์โรคที่ยากที่สุดเพราะพวกเขามักจะได้รับการสนับสนุนโดยการหาเหตุผลเข้าข้างตนเอง ข้อสันนิษฐานที่ผิด ๆ ) ว่าตามความเป็นจริงแล้วพระพุทธศาสนา

ประเด็นที่ 6) เกี่ยวข้องกับ ความผิดปกติทางบุคคล มันเป็นช่องทางที่ไม่ถูกต้องของพลังงาน Kundalini ในระยะแรกของการตื่น ในกรณีนี้ช่องทางจิตที่แตกต่างกัน (บุคคลทั่วไป) เปิดก่อนกำหนดตัดหรือมากเกินไปหรือ underutilize อาการที่มักจะมาพร้อมกับความผิดปกติเหล่านี้เป็นเรื่องยากที่จะควบคุมกล้ามเนื้อกระตุก, ปวดหัวอย่างรุนแรงและปัญหาการหายใจ 7) โรคโยคี, ความผิดปกติเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อการพัฒนาระดับจิตสำนึกที่สูงขึ้นทำให้ร่างกายร่างกายอารมณ์ภายใต้ความเครียดมากเกินไป ในกรณีเช่นนี้ความรุนแรงของพลังงานทางจิตและพลังงานที่เกี่ยวข้องนั้นสามารถกล่าวได้ว่าเกินพิกัดที่ต่ำกว่าและทำให้เกิดอาการแพ้, ความผิดปกติของลำไส้, ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและอื่น ๆ (Wilber, 1999) ความผิดปกติ เล็กน้อยตามวิลเบอร์ (1999) อ้างถึงโครงสร้างพื้นฐานของจิตสำนึกที่ละเอียดอ่อนที่เปิดประตูสู่เวทีใหม่และสูงกว่าของตัวเองสู่โหมดใหม่และเหนือกว่าของตัวเองด้วยความสัมพันธ์ของวัตถุใหม่แรงจูงใจใหม่ รูปแบบใหม่ของชีวิตรูปแบบใหม่ของความตายและโรคที่เป็นไปได้ใหม่ จุดอ่อนสองจุดของพยาธิวิทยานั้นอ้างถึง: 1) การแยกความแตกต่างของความสำคัญของโครงสร้างจิตก่อนหน้า; 2) การบูรณาการการรวมตัวตนของตัวตนที่ละเอียดอ่อนแบบดั้งเดิมและความสัมพันธ์แบบobjétales เห็นได้ชัดว่ามันเป็นพยาธิวิทยาที่มักจะทุกข์ทรมานผู้เริ่มต้นและผู้ทำสมาธิขั้นสูง

รูปแบบลักษณะบางอย่างของมันมีดังต่อไปนี้: 1) ความล้มเหลวในการรวมตัว - หมายถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ละเอียดอ่อนที่เส้นทางจิตวิญญาณที่แตกต่างกันตั้งครรภ์และรับรู้ในรูปแบบที่แตกต่างกันเช่นการเป็นกำลังแรงความเข้าใจ เรียนรู้ที่จะนำมาเปรียบเทียบเชิงเปรียบเทียบด้านบนและด้านหลังจิตจิตสำนึก เมื่อการไตร่ตรองลึกซึ้งยิ่งขึ้นตัวเองก็แยกแยะความแตกต่างจากแองเคอร์พลังจิตของตัวเองและเชื่อมโยงกันจนกว่ามันจะสามารถระบุตัวตนของสัญชาตญาณความเข้าใจการมีอยู่ของเทพหรือสติได้ (วิลเบอร์ 1999) ความล้มเหลว ในการอัปเดตการปลุกให้เป็นตัวตนก่อนหน้านี้ของเรา หลังจาก ที่ผู้ฝึกปฏิบัติสามารถสร้างมันขึ้นมาได้ถือเป็นพยาธิวิทยากลางของกลุ่มอาการเหล่านี้เพราะ ณ จุดนี้มันถือเป็นการแตกหักระหว่าง ตัวเอง กับ Archetype การแตกหักนี้เกิดขึ้นด้วยเหตุผลพื้นฐาน: การระบุตัวตนและการปรากฏตัวตามแบบฉบับหรือการกระตุ้นความต้องการการ ตาย ของตัวเองจิตใจ - จิต แต่ตัวเองแทนที่จะยอมรับความอัปยศอดสูนี้ ทำสัญญา กับความรู้สึกของตัวตนที่แยกต่างหากจากนั้นแยกส่วนของตัวตนตามแบบฉบับที่ดีกว่าและก่อนหน้านี้ 2) pseudo-nirvana ประกอบด้วยข้อผิดพลาดในการถ่ายภาพ, การลักพาตัว, การลักพาตัว, ecstasies, สัญชาตญาณหรือการดูดซับไม่ว่าจะบอบบางหรือเป็นแบบฉบับโดยการส่องสว่างขั้นสุดท้าย เงื่อนไขนี้ไม่ควรถูกพิจารณาทางพยาธิวิทยาเว้นแต่จะมีการติดตามในระดับจิตสำนึกสาเหตุหรือระดับสูงสุด; 3) Pseudo-realization เมื่อการทำสมาธิแทรกซึมลงไปในระดับจิตสำนึกสถานะของความเข้าใจปรากฏขึ้นเรียกว่าการ รับรู้ ซึ่งเกินความเข้าใจที่ไม่ต้องพยายามซึ่งเป็นระดับสูงสุดของทุกระดับ ในขั้นตอนของการสำนึกเนื้อหาของสติใด ๆ ที่ดูเหมือนว่าน่ากลัว, กดขี่, เจ็บปวด, ไม่เป็นที่พอใจและเกลียดชัง; มีความเจ็บปวดทางกายที่ไม่ธรรมดาและความรู้สึกไม่สบายทางจิตใจและจิตใจอย่างรุนแรงสภาพเช่นนี้ไม่ได้เกิดจากพยาธิสภาพ แต่เป็นเรื่องปกติ ความเจ็บปวดนี้ถือเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่จะอยู่เหนือการสำแดงที่เป็นไปได้ใด ๆ ในการดูดซึมนิพพาน La patología de la pseudo-realización tiene lugar cuando este proceso fracasa y el alma encalla en las costas de su propia agonía Wilber (1999).

En cuanto a los Trastornos causales propone Wilber (1999) que el último gran fulcro del desarrollo del self tiene dos ramas, la rama de lo sin forma, de lo inmanifestado y el mundo de la forma, o reino manifiesto. El desarrollo normal en el nivel causal implica la adecuada diferenciación de estas dos ramas y su integración final en el nivel último. La patología, por su parte, es una consecuencia del fracaso en lograr uno de los dos movimientos siguientes: 1) fracaso en la diferenciación. Consiste en la incapacidad para aceptar la muerte final del self arquetípico. En tal caso, la gran muerte no tiene lugar y la conciencia sin forma no se diferencia ni trasciende los reinos manifiestos por tanto, de todos los obstáculos de alcanzar la liberación; 2) fracaso en la integración o enfermedad del Arha, la conciencia se diferencia a sí misma de todos los objetos de conciencia, de todo el reino manifiesto, en la medida en que ningún objeto aparece en la conciencia, aunque éste sea el objetivo final de algunos caminos, sigue existiendo de hecho una leve fractura, dualismo o tensión en la conciencia, es decir, entre los reinos manifiesto y no manifestado. Sólo en la medida en que esa fractura sea disuelta, el reino manifiesto aparecerá como una modificación de la conciencia y no como una distracción.

Wilber (1999) ha nombrado cuatro dimensiones del Kosmos que definen a cualquier persona, estos los llama cuadrantes. El cuadrante superior izquierdo contiene su dimensión interior, la dimensión psíquica, alma y espíritu . Es la parte subjetiva de la persona; El cuadrante superior derecho es la dimensión individual externa; compuesta por su cuerpo y su cerebro, en donde el método científico describe cuantitativamente los cambios físicos del cuerpo y del cerebro; existe una relación estrecha entre estas dos ya que cualquier cambio en alguna dimencion produce un efecto en la otra; El cuadrante inferior izquierdo es la dimensión colectiva interna; caracterizada por relaciones intersubjetivas entre personas y naciones, y es el dominio publico y cultural. El cuadrante inferior derecho es la dimensión colectiva externa; caracterizada por relaciones interobjetivas entre objetos físicos, y es la casa de la naturaleza y el ambiente, con su propia estructura. Wilber (1999) propone que cualquier modificación producida en alguno de estos cuadrantes produce una reacción en las otras tres, causando alguna patología y para el tratamiento de la depresión se deberá considerar equilibrar todos los cuadrantes. Cualquier cambio en lo individual, colectivo, biológico, psicológico, social o en la dimensión ambiental afecta en todo el sistema. Para Wilber es importante el auto concepto en la psicología integral, y no es vista como una entidad monolítica sino como una colección de pequeñas identidades, pequeñas subpersonalidades y diferentes modulos de desarrollo, (Rowan 1993 en Teodorescu, 2009); la psicopatología de la identidad es un conflicto interno entre el sistema del ego y las subpersonalidades, los cuales se encuentran en diferentes niveles de desarrollo con sus propias necesidades, deseos, perspectiva moral entre otras (Teodorescu, 2009). Para el cuadrante superior izquierdo el terapeuta integral puede escoger diferentes tipos de psicoterapia; como la psicodinamica, cognitiva, humanista o transpersonal, el cuadrante superior derecho, se podrán administrar fármacos, estimulación de nervios o acupuntura, en el cuadrante inferior izquierdo se pueden utilizar diferentes enfoques tal y como el análisis transaccional, y el cuadrante inferior derecho podrá trabajar con situaciones socioeconómicas y factores ambiéntales (Wilber, 1999 en Teodorescu, 2009).

Se propone a su vez, que a medida que la introspección y la filosofía del cliente van madurando, aparece en escena el problema existencial básico de estar en el mundo, en el caso de que estos problemas resulten demasiado abrumadores para el self, recién formado y terminen obstaculizando su libre funcionamiento, se manifiesta la patología propia del nivel existencial que, como ya hemos visto, consiste en la depresión existencial, la angustia, la falta de autenticidad, la fuga ante la finitud y la muerte. La forma de trabajar la patología existencial varía considerablemente de un sistema a otro. Para algunos, se trata simplemente de una prolongación y profundización cualitativa de la modalidad introspectiva. En cualquier caso, el consenso terapéutico fundamental parece afirmar que a medida que el self se va haciendo cada vez más claro y transparente, mediante la reflexión consciente, puede ir liberándose de modalidades egocéntricas no propias basadas en el poder, lo cual le permite ir estableciendo una actitud autónoma y auténtica (Tillich, 1952; May, 1977, citados en Wilber, 1999).

La patología integral del ser

La depresión es una enfermedad mental que se ha extendido, la cual ha llegado hasta el suicidio, es la enfermedad mental mas estudiada en donde se enlistan mas de 27 teorías (Teodorescu, D. 2009); la psicoterapia integral ha sido ideal para muchos psicoterapeutas en tratamientos enfocados hacia esta patología de la practica clínica en psicología. El primer esfuerzo para integrar las diferentes teorías fue en 1936 en donde se combino el psicoanálisis y el conductismo, (Wachtel y Messer, 1998, en Teodorescu, 2009). El objetivo era incrementar la eficacia y eficiencia de la psicoterapia, la depresión es un desorden del estado de ánimo, caracterizado por síntomas cognitivos, motivacionales y somáticos. (Clark et al., 1999, en Teodorescu, 2009).

Muchas de las causas pueden originarse por, causas intrapsiquicas y de personalidad, vulnerabilidad personal, causas genéticas, diferencias de sexo, causas interpersonales, cultura, desprotección aprendida, o bien, causas ambientales (Teodorescu, 2009). Como se ha mencionado anteriormente, Grof ha marcado la forma en que la psicología transpersonal se ha nutrido en las ultimas décadas, siendo que en sus ultimas publicaciones expresa que el ego es un instrumento importante en el ser humano para vivir en la realidad de este mundo, si este ente se rompe por cualquier situación la persona puede quedar expuesta a la realidad de otro mundo creado por su inconsciente, desde el punto de partida frenético de nuestra pseudocordura, todo es equivoco, nuestra cordura no es "verdadera" cordura. la locura no es "verdadera" locura, la locura de nuestros pacientes es un enredo de la destrucción que nosotros les causamos, y que ellos se causan a sí mismos (Grof y Grof, 1989); la verdadera cordura supone la disolución del ego normal, ese falso yo competentemente adaptado a nuestra realidad social alienada, supone la emergencia de los mediadores arquetípicos internos del poder divino y, mediante esta muerte y renacimiento, junto al restablecimiento posterior de una nueva forma de funcionar del ego, que éste se convierta entonces en el servidor de lo Divino, dejando ya de traicionarle (Laing, 1986 en Grof y Grof, 1989).

Grof y Grof (1989) afirman que Laing mantenía su concepción del trastorno psicotico de esta manera: Las psicosis no son procesos biológicos anormales dentro del organismo sino como patrones perturbados de la comunicación humana, reflejan problemas de relación entre individuos, de un grupo o la sociedad como un todo, las personas psicóticas son sujetos cuya experiencia total de existencia está fragmentada y dividida, porque tienen una experiencia de vida fraccionada con la sociedad humana, así como una relación escindida con su ser.

Así mismo manifiestan que la locura no tiene por qué ser sólo un desmoronamiento, también es un salto adelante, que establece potencialmente una liberación y una renovación, y también una esclavitud y una muerte existencial; No hagamos suponer que encontramos la verdadera locura ni que estamos verdaderamente cuerdos, la locura que topamos en los pacientes es un gran alusión, una burla, una parodia grotesca de lo que puede ser la curación o restablecimiento natural de esa realidad e integración cotidiana y adjudicada que llamamos cordura (Grof y Grof 1989).

La psicología transpersonal en impulso científico

La importancia del desarrollo de la psicología transpersonal como ciencia, está siendo considerada, argumentos sobre el romanticismo, así como el cientificismo y el construccionismo, señalan un panorama en este desafío (Friedman, 2002). Friedman (2002) sugiere que los beneficios de adoptar un enfoque científico se contraponen a una serie de alternativas epistemológicas, el enfoque científico es transmitido por su potencial contribución a la prestación de un paradigma unificador para la disciplina de la psicología y de la solución de problemas cruciales en el mundo, en el caso de la psicología transpersonal, nunca ha desarrollado un marco científico coherente de referencia, ya a pesar de numerosos intentos para definirla adecuadamente, todavía sufre de grave ambigüedad en cuanto a su alcance y una metodología adecuada.

Como resultado de ello, pocos avances en la comprensión de los fenómenos de la psicología transpersonal se han producido desde el origen del enfoque desde una configuración científica, es importante en la actualidad proyectar a la psicología transpersonal como un campo científico y proponer algunas estrategias para desarrollar su progreso como ciencia. De acuerdo a Friedman y Hartelius (2007) comparado con otros campos de la psicología, la psicología transpersonal ha producido relativamente pocas investigaciones empíricas o estudios cuantitativos, esto se debe a que los teóricos transpersonales frecuentemente interpretan a la ciencia como inadecuada y no considerable para dirigir proyectos de psicología transpersonal. Mientras que se ha enfatizado la importancia de incluir métodos cuantitativos en el estudio de la psicología transpersonal, especialmente en el valor de usar métodos psicométricos para construir conocimiento de carácter acumulativo y bases para modelo, para que conlleve a una producción sistemática de material progresivo y útil posteriormente en la practica clínica y en investigaciones subsecuentes.

Así mismo, se sugiere, que el énfasis de la psicología transpersonal en los enfoques cualitativos contrarresta el exceso de énfasis que prevalece en los enfoques cuantitativos en otras áreas de la psicología en las que se sobreentiende el carácter científico (Friedman, y Hartelius, 2007). Sin embargo métodos similares han sido proseguidos por otros (Friedman, 1983; Pappas y Friedman, 2007, en Friedman, y Hartelius, 2007), donde sus investigaciones proveen evidencia adicional en las que modelos convencionales son incompletos y antagónicos sin la perspectiva transpersonal .

De acuerdo a Friedman (2002) hay razones pragmáticas del por que el estudio de la psicología transpersonal debe claramente ser limitada a criterios científicos en la praxis, por el propósito universal de avance de la calidad de vida humana. La psicología transpersonal fue claramente instituida como un campo que estaba destinado a ser parte de la mayor disciplina de la psicología científica, tan es así que los principales fundadores de la psicología transpersonal fueron claramente investidos en métodos científicos rigurosos de las disciplinas de la psicología más allá de los convencionales límites del psicoanalíisis, del conductismo y de la psicología humanista, y por ende su propósito no era abandonar la ciencia.

Solo la psicología transpersonal permite innovadoras vías en las que enfoques científicos pueden abordar muchas de los más apremiantes problemas que amenazan nuestra supervivencia como una especie y la supervivencia de nuestro planeta, y más allá de los simples déficit motivacionales, una psicología transpersonal científica es necesaria para el óptimo desarrollo de nuestro potencial humano y para desechar la única promesa que ofrece la la psicología transpersonal refutando el inicio de la ciencia o métodos empiricos para este campo, no sólo seria irresponsable sino trágico (Friedman, 2002).

Se considera que la psicología transpersonal como parte de los estudios transpersonales de la psicología cientifica, solo puede moverse más allá empíricamente, y salir de su aislada y limitada posición actual dentro de la psicología contemporánea, usando activamente métodos científicos reconocidos, tanto cualitativos como cuantitativos, en este sentido, una reestructuración hacia la ciencia permitiría a la psicología transpersonal ganar aceptación como una sociedad científica dentro de una extensa comunidad de esfuerzos científicos, incluyendo a la psicología que permitiría su aplicación responsable hacia el mejoramiento humano con métodos contemporáneos que impulsarían el vital desarrollo humano (Friedman, y Hartelius, 2007).

Sin embargo se ha pensado que los métodos científicos aplicados en la psicología transpersonal, no deberían limitarse a ningún método en particular, cualitativo o cuantitativo (Friedman, H. y Hartelius, G. 2007). Es de apoyarse la inclusión de métodos cuantitativos dentro de la psicología transpersonal y que de ninguna manera invalida la visión sobre la importancia de los métodos cualitativos y otros métodos innovadores, de tal manera que se utilicen métodos mezclados en la investigación científica dentro de esta área (Friedman, H. y Hartelius, G. 2007). Friedman (2002) manifiesta que el enfoque transpersonal es importante para la supervivencia y el mejoramiento humano, y por lo tanto es necesario que la psicología transpersonal este vinculada a un compromiso científico, y se debe tener cautela al hacer elección de asociados para trabajar en este campo de la psicología transpersonal, se debe ser consciente de las consecuencias erróneas de elección, en particular de las personas que difunden sus ideas religiosas o creencias espirituales a través de su trabajo profesional, y este no debe considerarse como un trabajo de psicología transpersonal ni deben presentarse como psicólogos transpersonales de la practica profesional.

La Psicología, por otro lado, es definida por la mayoría de los psicólogos como un enfoque científico, excepción de unos pocos, como humanista y sus seguidores transpersonales que insisten en la inclusión de una definición holista, es decir, no científica, unificando la psicología transpersonal como un campo dentro de la disciplina de la psicología científica que se centra en los aspectos de los estudios “transpersonales” que involucran a la persona, incluidos los pensamientos, sentimientos y comportamientos que se encuentran en el individuo, biológicos, culturales, sociales y contextos más amplios (Friedman, 2002).

La psicología transpersonal como un campo de la psicología, requiere el uso responsable de la aproximación científica, como la presentación de creencias populares a riguroso examen científico ya soporte empírico, otra forma de facilitar el progreso científico en la psicología transpersonal, sería abiertamente reconocer áreas específicas en que la ciencia podría ser irrelevante y de poco soporte científico de investigación para esta rama, por que en la actualidad existe una necesidad urgente en el presente mundo perturbado, de originar perspectivas transpersonales integradoras, especialmente si se presentan en formas que sean propositvas y que puedan estar vinculadas en la ciencia contemporánea de forma practica para el ser humano (Friedman, 2002).

El ser humano y las psicoterapias tradicionales en peligro.

Se plantea que no hay pruebas científicas, de que la formación profesional del psicólogo debe poner énfasis en los tratamientos psicológicos de soporte empírico, las pautas y principios de la acreditación profesional es establecer el desarrollo de aptitudes en tratamientos psicológicos de soporte efectivo. Por ejemplo, las directrices y principios para los sitios de prácticas y servicio social, estipula que todos los pasantes deben demostrar un nivel intermedio y avanzado de conocimiento profesional, destrezas, habilidades, aptitudes, competencias y conocimientos en el ámbito de las teorías y los métodos de intervenciones psicológicas efectivas, incluidos los tratamientos apoyados empíricamente. En este ambiente, estudiantes de psicología interesados en psicoterapias no tradicionales se encuentran con una situación de desventaja, cuándo profesores y supervisores clínicos dicen que algunos enfoques, como TCC (Terapia cognitivo conductual), son "una base empírica" y otros son exclusivamente "teórico y especulativo", es cuando se hace difícil para los estudiantes mantener su interés en las terapias no aprobadas por sus mentores y supervisores clínicos (Elkins, 2007).

Contemporáneamente se ha afirmado, la existencia de una crisis en las psicoterapias tradicionales, que sumada al valor cada vez mayor asignado a los neurotransmisores en las neurociencias y al tratamiento de los disturbios psicoafectivos, hacen más necesaria la revisión de los fundamentos antropológicos de la psicoterapia, lo cual implica una revisión a fundamentos en humanidades fondo de los presupuestos antropológicos de la escuela fenomenológica-existencial, con todo, el entender a la psicoterapia como una continua crisis parece clarificarse a la luz de estos planteamientos, es el hombre quien se encuentra en continua crisis, una crisis existencial, en donde a cada momento se encuentra en juego su propia existencia y la manera de vivir esa existencia, de allí, que las psicoterapias de corte existencial-humanista, parecen entender de manera cabal a este hombre actual sumido en crisis y encuentran desde ese lugar la manera de brindar sus postulados teóricos a la sociedad, mediante la psicoterapia, lo cual parece revelar su auge en el ámbito clínico, personal y privado (González, 2006).

De acuerdo a Elkins (2007) los estudiantes de psicología de hoy serán los médicos del mañana, por que no hay razón para creer que la psicoterapia será cada vez más dominada por los terapeutas que practican la TCC y otros enfoques "con una base empírica", aquellos que se han comprometido a psicoterapias tradicionales deben de buscar medios eficaces para responder a los estudiantes y otros que pregunten acerca de los fundamentos científicos de estos enfoques, algunos estudiosos entre nosotros son capaces de replantear el tema, muy clara y acertadamente y proporcionar respuestas convincentes, por el respeto de la misma ciencia que mantienen estos teóricos, aunque les expresen poca validez y fundamento científico sobre el enfoque terapéutico y esta critica sea recurrente, no obstante, es apoyada por las formas suaves de "pruebas clínicas" y muchos años de experiencia clínica, así como resultados efectivos en pacientes.

Se propone a partir de los planteamientos de Friedman, (2002) que la aceleración de los avances dentro de la ciencia, como las sofisticadas nuevas neurotecnologías aplicables al estudio de conciencia, es un indicador potencial de apertura científica y apasionante para explorar vías con una orientación científica que permite a este modelo lograr la aceptación como forma legítima de la psicología científica, y permitir su aplicación responsable al mejoramiento de la calidad de vida.

El enfoque existencial no significa un retroceso, sino un intento de comprender la conducta y experiencias humanas en términos de los presupuestos subyacentes en las mismas, subyacentes en nuestra ciencia e imagen del hombre, es el esfuerzo por comprender la naturaleza de ese hombre que experimenta ya quien le suceden las mundologías (González, 2006). De acuerdo a González (2006) a la largo de la historia en el campo de la psicología y de la psicoterapia se han percibido diferentes crisis, dadas por motivos muy diversos, la crisis de la psicoterapia entendida como una crisis arraigada en su objeto de estudio, es decir en el hombre mismo, crisis ontogénica que reclama una psicoterapia capaz de dar respuesta a los planteos existenciales y esenciales de toda la naturaleza humana, se analiza y contempla a la filosofía existencial y humanista y los posteriores planteos existenciales y humanistas dentro de la psicoterapia como una respuesta a este hombre en crisis, o bien, como un camino con múltiples alternativas que integran un proceso terapéutico basado en la resolución existencial del ser humano, se recibe ahora un impulso adicional en esa dirección por parte de los fenomenológicos y existencialistas impulso muy difícil de resistir y que, según se aprecia, será teóricamente imposible de resistir.

Para González (2006) el enfoque existencial se aprecia como un movimiento que puede tener y efectivamente tendrá profundos efectos en la práctica terapéutica con los pacientes, un movimiento que vendría a dar respuestas en el ámbito de la clínica, ante la insuficiencia de modelos existentes y ante humanidad anhelante de encontrar respuestas de orden humano y no satisfecha con respuestas de orden técnico, que nada parecían haber aportado para la solución de los problemas del hombre concreto, el existencialismo significa considerar a la persona existente como centro, poniendo el énfasis en el ser humano tal como surge y deviene, en este sentido todo terapeuta es existencialista en la medida que puede aprehender y percibir al paciente en su realidad y es hábil de brindarle comprensión, es así, que se entiende al existencialismo que es parte de la psicología transpersonal, como filosofía que sustenta y fortalece al accionar psicoterapéutico, y le brinda una base epistémica, aportando muchas características de la situación humana que pueden proporcionar una matriz filosófica a la psicoterapia.

ข้อสรุป

Desde una perspectiva integral, la psicología transpersonal aborda todos los aspectos del ser humano que le permiten desarrollarse biopsicosocialmente y espiritualmente, pues considera que la salud del ser humano también se logra conquistando un nivel de conciencia pleno propiamente “transpersonal”, en el cual aquel que ha trascendido es una persona que trasciende sus nivel de existencia trascendiendo más allá de sus emociones y sentimientos, los cuales no han dejado de existir, sino simplemente no perturban su relación consigo mismo y con el medio ambiente (social, familiar, laboral, natural) que lo rodea. Los intereses de la psicología transpersonal están muy cerca de los de diversas tradiciones espirituales y su camino de exploración va muy de la mano de la filosofía; debido a esto, diversos teóricos optan por considerar más útiles otros enfoques con mayor sustento empírico y no tanto filosófico.

La psicología transpersonal se ha topado con muchos obstáculos, principalmente el rechazo de aquellos psicólogos y psicoterapeutas que aprecian más los enfoques occidentales de origen principalmente científico. Aun así, como se mencionó anteriormente, las teorías (incluso las de base empírica) no son totalmente precisas en su descripción de la realidad, solo proporcionan un punto de referencia que facilita la comprensión de los fenómenos, como en el caso del fenómeno llamado personalidad; debido a esto, la psicología clínica aun se encuentra en un desarrollo elemental y por consiguiente, se considera que las teorías pueden utilizar algunos aspectos de otras, a manera de complemento; en este caso, la psicología transpersonal es una fuente de complementación para otras teorías de la psicología clínica.

La psicología se define como un enfoque científico, y los psicólogos transpersonales insisten en la inclusión de una definición holista; y la psicología transpersonal es un campo dentro de esta ciencia que estudia los aspectos de las siguientes dimensiones individuales: los pensamientos, sentimientos y conductas inherentes al individuo; toma en cuenta los elementos biológicos, culturales y sociales que influyen en su conducta, pero sobre todo considera necesarios los elementos espirituales, para así, lograr el buen funcionamiento y salud del hombre.

Sin embargo, la psicología transpersonal aun necesita ganarse la aprobación de la postura científica de la psicología, se necesita más investigación empírica para dar sustento a sus constructos y teorías psicofilosóficas en las cuales se sustenta; se considera que al lograr este paso se enriquecerá los conocimientos sobre estudio de la personalidad, mejorará las psicoterapias actuales y por ende será de gran utilidad en la práctica de la psicología clínica. En este caso se puede decir que la psicología transpersonal aporta a la psicología clínica un modelo bio-psico-social-espiritual para el estudio de los procesos mentales, emociones y conductas, haciendo de la psicología una ciencia que considera el estudio de los niveles o dimensiones más importantes en la vida del ser humano.

Aunque se concluye que este modelo es complementario para los modelos más aceptados en el ámbito científico de la psicología, se recomienda realizar mayor investigación cualitativa y cuantitativa al respecto de cada una de las posturas recabadas en este trabajo, cuyo objetivo es meramente descriptivo con alcances teóricos y no empíricos; por lo que solo la investigación confirmará lo que se ha dicho al respecto, incluso mostrará nuevos caminos que se acerquen más a la descripción de la realidad sobre el hombre y el estudio de la personalidad en su especie.

บทความนี้เป็นเพียงข้อมูลเท่านั้นเนื่องจากเราไม่มีอำนาจในการวินิจฉัยหรือแนะนำการรักษา เราขอเชิญคุณไปที่นักจิตวิทยาเพื่อหารือเกี่ยวกับกรณีของคุณ

Si deseas leer más artículos parecidos a Qué es la psicología transpersonal y aportes teóricos, te recomendamos que entres en nuestra categoría de Psicología clínica.

แนะนำ

Broca y Wernicke Area: ความแตกต่างและฟังก์ชั่น
2019
Loratadine มีประโยชน์อะไรและมีการใช้อย่างไร
2019
น้ำข้าวแก้ท้องเสีย: ประโยชน์และวิธีการทำ
2019